Welcome to our stories


ช:
ขอเชิญฟังเรื่องของเรา เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องจริงแต่ถูกดัดแปลง ไปบ้างเพื่อไม่เปิดเผยบุคคลในเรื่อง
ญ:
จะเห็นว่าเราใช้วิธีต่าง ๆ กันในการฝ่าฟันอุปสรรค
ช:
เรียนรู้ในการอยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีีและโรคเอดส์เป็นการเดินทางที่ยาวนาน ด้วยก้าวเล็ก ๆ หลายก้าวนำเรามาสู่ ณ ที่เราอยู่ทุกวันนี้
ญ:
หวังว่าจะได้ฟังสิ่งที่คล้ายกับเรื่องของท่าน
ช:
หวังว่าจะรู้สึกว่าไม่ได้มีแค่ท่านอยู่คนเดียว เพราะเราต่างก็มีความ จำเป็นที่คล้าย ๆ กัน
ญ:
เพื่อความรัก ความเคารพ ความห่วงใย..... เพื่อสุขภาพที่ดี
ช:
ขอต้อนรับสู่เรื่องของเรา.........
(voice): ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์ ให้ ถามหาคู่มือ “ความหมายที่สองของชีวิต” ได้จากเจ้าหน้าที่สุขภาพ

Script A

คนพูด: เกย์หนุ่มอายุยี่สิบกว่า ๆ อาศัยอยู่ในเมืองหลวง

ผมรู้ว่ามีเชื้อเอไอวีตอนแฟนชวนไปตรวจเลือดที่คลินิคสุขภาพทางเพศ ไม่คิดเลยว่าผลจะออกมาเป็นเลือดบวก ไม่อยากจะเชื่อ มันช็อคน่ะ ได้แต่เฝ้าถามตัวเองว่า "ทำไมต้องเป็นเราด้วย" "ทำกรรมอะไรไว้ถึงเป็นอย่างนี้"

ผมโมโหและกลัวมาก คิดว่ากำลังจะตาย รู้สึกไม่สามารถทำงานหรือข้องแวะกับใครได้ แล้วความสัมพันธ์ของเราก็จบลง ตอนแรกผมโทษเขา จากนั้นก็โทษคนอื่น ๆ โทษสังคม แม้กระทั่งโทษครอบครัวตัวเองที่เมืองไทย แล้วผมก็เริ่มโทษตัวเองและรู้สึกกดดันและโดดเดี่ยวมาก ผมคิดว่าถ้าแตะต้องใครซักคน ผมอาจจะไปฆ่าเขาได้ รู้สึกขยะแขยงตัวเอง รู้สึกตัวเองไม่มีค่าเลย

ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนั้นผมพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกให้หมอฟังว่ายังไง

โชคดี หมออดทนมาก หมอแนะนำการรักษาและ องค์กรช่วยเหลือต่าง ๆ

จริง ๆ แล้วตอนแรกไม่อยากไปเข้ากลุ่ม ไม่อยากพบคนอื่น ๆ ที่มีเลือดบวก มันน่าอายนะที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ไม่อยากรู้เรื่องเศร้า ๆ อีก ....มันเหมือนกับเห็นตัวเองในกระจกน่ะ

สิ่งช่วยผมไว้คือ การยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ก่อนผมเคยคิดว่ามันเป็นศัตรูภายในตัวผม คือมีสงครามข้างในร่างกาย และต้องกำจัดมันให้ได้....ผมเคยเกลียดเชื้อนี้มาก เกลียดทุก ๆ คน และสุดท้ายก็เกลียดตัวเอง

ในที่สุดผมก็หยุดมองไวรัสนี้เป็นศัตรู และเริ่มใช้ชีวิตร่วมกับมัน ซึ่งช่วยให้ผมรักตัวเองและจิตใจสงบลง ผมเปลี่ยนภาพของ การฆ่าไวรัสมาเป็นภาพแห่งความสันติคือภาพยากำลังชะล้างไวรัส ออกไป หลังจากรู้จักยอมรับตัวเองได้แล้ว ทำให้ผมยอมรับคนอื่นได้ด้วย ผมสามารถขอบริการที่จำเป็นและมั่นใจในสิ่งที่ตัดสินใจ เช่นตอนขอล่ามหรือตอนขอสิ่งของก็จะใช้ภาษาแบบง่าย ๆ ผมพบว่าคนชอบช่วยเหลือนะ ผมสามารถแชร์ความรู้สึกกับคนอื่นที่มีเลือดบวกและกับเจ้าหน้าที่สุขภาพ ผมมีเพื่อนใหม่ ๆ และแวดล้อมด้วยคนที่ยอมรับตัวตนแท้จริงของผม มันเป็นการเดินทางที่น่าสนใจ เอชไอวีได้สอนผมหลายเรื่อง ผมเรียนรู้จากหมอเรื่องการ รักษาด้วยยา รู้จักกินอาหารที่เหมาะและทำอาหารเอง ผมรู้ที่จะดูแลตัวเอง รู้ที่จะเจรจาให้มีเซ็กซ์ที่ปลอดภัย ผมดีใจที่เข้มแข็งพอที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป ไม่ใช่แค่กับเอชไอวี แต่ กับ การกีดกัน และความกลัวเกี่ยวกับมันด้วย

เอชไอวีไม่ใช่ศัตรูอีกต่อไป ศัตรูคือ ความไม่ใส่ใจ ความกลัว และการกีดกัน กับเอชไอวีผมค้นพบเป้าหมายใหม่ เป้าหมาย ที่จะลดการกีดกันให้น้อยลงด้วยการเล่าเรื่องผมให้ฟัง ผมตั้งใจจะฝึกพูดเพื่อ้เล่าเรื่องผมให้โรงเรียน ที่ทำงานและชุมชนต่างๆ ฟัง ผมคิดจะทำอะไรที่ตอบแทนสังคมด้วยการเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับเอชไอวีและโรคเอดส์รวมทั้งรสนิยมทางเพศที่หลากหลาย

ตอนนี้ผมตกหลุมรักอีกครั้ง ไม่รู้จะเป็นคู่ชีวิตหรือเปล่า แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้น ตอนนี้ผมมองชีวิตตรงความลึก ไม่ใช่ ความยาว (ฮ่า ฮ่า ฮ่า)

Script B

คนพูด: ชายแท้ อายุสี่สิบกว่า ๆ อาศัยอยู่ในเมืองเล็ก แต่งงานมีลูกหนึ่งคน

ผมไม่อยากเชื่อว่าจะติดเชื้อเอชไอวี ไม่รู้จะทำยังไงต่อ ทำอะไรไม่ได้เป็นนาน เศร้ามาก กลัวว่าภรรยาและลูกจะต้องต่อสู้ชีวิตโดยที่ไม่มีผม สุขภาพได้กลายเป็นงานหลัก ผมเคยมีอาการข้างเคียงที่แย่มาแล้ว แต่การรักษาผ่านไปได้ด้วยดี ตอนนี้สุขภาพดีขึ้นมาก

ตอนอยู่โรงพยาบาล มีแต่คนถามภรรยาเกี่ยวกับผม พวกเขารู้ว่ามีสิ่งผิดปกติ เขาเห็นผมผอมมาก ผมละอายและเสียใจที่ทำให้ภรรยาต้องเจอแบบนี้ เคยคิดจะฆ่าตัวตายเพื่อหนีความละอายนี้

ตอนรอฟังผลตรวจเลือดของภรรยาและลูกเป็นช่วงที่แย่มาก ขอให้อย่าเกิดกับใครเลย ภรรยาผมโชคร้ายติดเชื้อ แต่โชคดีี่ที่ลูกชายไม่ติด เราได้สวดมนต์ไม่ให้ลูกเป็นอะไร ภรรยาผมแข็งแรงกว่า เธอมีไวรัสแต่ยังไม่ต้องเริ่มรักษา

ผมว่าพลาดไปที่บอกเรื่องเรากับบางคน ถึงแม้บอกว่าลูกไม่ติดเชื้อ แต่ผมสังเกตุเพื่อนของลูกชายบางคนไม่มาบ้านเราอีกเลย ในเมืองเล็ก ๆ ก็เป็นอย่างนี้ล่ะ

ครั้งหนึ่งลูกถามทำไมเด็กอื่น ๆ ไม่มาเข้าใกล้ ผมร้องไ้ห้และต้องไปอยู่อีกห้อง ไม่อยากเจอหน้าเขา เขาเด็กไปที่จะเข้าใจ

ในที่สุดผมเจอศูนย์ช่วยเหลือนอกเมืิอง ผมได้ยินเกี่ยวกับศูนย์ช่วยเหลือจากวิทยุภาคภาษาไทย จึงโทรไปโดยใช้ล่ามทางโทรศัพท์ช่วย ผมยอมใช้ล่ามทางโทรศัพท์หลังจากรู้ว่าเก็บเป็นความลับ

ผมโทรหาสภาเอดส์และรู้เกี่ยวกับสิทธิ ของผมและรู้มากขึ้นเกี่ยวกับเอชไอวี เขาส่งข้อมูลภาษาไทยมาให้ในซองอย่างเป็นความลับ

ผมยังไม่ได้บอกกับพ่อแม่ที่เมืองไทย สองปีก่อนผมไปเยี่ยมบ้านและบอกพี่สาว เขาหัวเสียแต่ก็เข้าใจ ตอนนี้เราส่งอีเมลล์หากันตลอด

ผมเรียนรู้ที่จะระวังในการเล่าเรื่องของเราให้คนอื่นฟัง ผมจะดูก่อนว่าเขาคิดอย่างไรกับปัญหาเอชไอวีในประเทศ ของเรา

สิ่งที่เกิดขึ้นกับภรรยาผมโทษตัวเอง ผมซาบซึ้งที่เธออยู่เคียงข้างและให้อภัย สิ่งที่ทำให้เราสองคนอยู่้ด้วยกันต่อไปคือ ความรักของเราและความรักที่มีให้่ลูก

เราจะใช้ชีวิตวันนี้ให้ดีที่สุด ไม่คิดอะไรมากกับวันข้างหน้า ไม่มีใครรู้อนาคต เราลงเรือลำเดียวกันแล้ว แค่ขอให้ลูกได้รับสิ่งที่ดีที่สุด

Script C

คนพูด: สาวแท้ อายุยี่สิบกว่า ๆ อาศัยอยู่ในเมืองเล็ก ยังไม่มีลูก

ฉันแต่งงานกับคนที่พ่อแม่เลือกให้ ฉันไม่มีทางเลือก มันเป็นทางเดียวที่จะส่งเงินไปช่วยครอบครัว ตอนสมัครเป็นคนที่นี่ฉันต้องตรวจร่างกาย แล้วผลตรวจพบเอชไอวี ฉันเสียใจมาก เอชไอวีหมายถึงความตายในเมืองไทย ตอนนั้นฉันกลัวมากที่จะโดนส่งกลับเพราะฉันยังไม่ได้เป็นคนที่นี่ ฉันคิดว่าสามีไม่รู้ตัวว่ามีเชื้อเอชไอวีอยู่ตอนแต่งงาน เราไม่ได้พูดเรื่องนี้กัน ฉันกลัวนะเผื่อมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น

ฉันยอมอยู่กับเอชไอวีเพราะเชื่อว่าเป็นกรรมจากชาติก่อน มีผู้ชายดี ๆ ในเมืองไทยที่อยากแต่งงานกับฉัน แต่เป็นกรรมที่ครอบครัวเลือกสามีคนนี้ ฉันไม่อยากบอกแม่ เขาทำไปเพราะเขาหวังดีกับฉัน

ตอนแรกฉันไม่อยากรับรู้เกี่ยวกับเอชไอวีและสภาพตัวเอง ฉันทำตัวให้ยุ่งทำงานหนักส่งเงินให้แม่ ฉันเีีคยเขียนจดหมายบอกแม่ว่ามีความสุขและเมืองที่นี่สวย งาม แต่ฉันต้องเขียนซ้ำทุกทีเพราะไม่อยากให้แม่เห็นคราบน้ำตา่บนกระดาษ

ไม่มีใครรู้้้้เรื่องเราในเมืองเล็ก ๆ นี้ ฉันกังวลว่าเขาจะคิดว่าเราเป็นคนไม่ดี

สิ่งที่ช่วยฉันไว้ คือ การคิดว่าติดเอชไอวีไม่ได้เป็นสิ่งน่าละอาย แต่เป็นสิ่ิงที่เราได้เรียนจากมัน มองอีกมุมจะเห็นว่าสิ่งดีคือได้มาอยู่ที่นี่ เพราะที่นี่ยังได้รับการรักษาที่ไม่มีในเมืองไทย อีกอย่างคือได้เจอหมอดีที่แนะนำการให้บริการในเมืองที่มี เจ้าหน้าที่สุขภาพที่พูด ภาษาไทยได้ ทำให้ชีวิตดีขึ้นเยอะ ฉันมีคนที่ไว้ใจที่จะเล่าความลับได้และยังเข้าใจวัฒนธรรม ไทย มันเหมือนกับยกภูเขาออกจากอก

มีไม่กี่คนที่รู้ว่าฉันติดเชื้อนี้ มันยากในเมืองเล็ก ๆ ที่ จะปิดเป็นความลับ ฉันรู้ว่าพนักงานที่คลินิคจะไม่บอกคนอื่นจนกว่าฉันอนุญาต

ฉันกำลังเรียนรู้การใช้ชีวิตร่วมกับเอชไอวี ฉันว่าดีที่ได้แชร์ความรู้สึกกับเจ้าหน้าที่ ฉันรู้แล้วว่าเอชไอวีไม่ใช่หนทางตาย และฉันอ่านเจอว่ามีคนอยู่ร่วมกับเอชไอวีนานกว่า 20 ปี ชีวิตฉันมีค่า ดังนั้นฉันต้องอยู่ต่อไปเพื่อจะเจอครอบครัวฉันอีก ฉันกำลังพัฒนาภาษาอังกฤษและเรียนรู้วัฒนธรรมออสเตรเลีย คนที่นี่เป็นมิตรและพยายามช่วยเหลือฉัน

Script D

คนพูด: ผู้หญิงแท้ อายุสามสิบกว่า ๆ อาศัยอยู่ในเมืองหลวงกับลูก

ตอนที่รู้ว่าติดเชื้อเอชไอวี ฉันกลัวมากเพราะไม่เข้าใจ มากนักเกี่ยวกับเอชไอวีและโรคเอดส์ ห่วงว่าใครจะดูแลลูกสาว ฉันหลบหน้าผู้คนและไม่รับโทรศัพท์ ฉันโทษตัวเองกับทุกอย่าง

ฉันเริ่มกลับไปทำงานอีกครั้ง แต่ทำใจไม่ได้ ฉันสะเทือนใจมากไม่สามารถทำอะไรได้เลย จึงต้องเลิกทำ ฉันไม่ได้บอกเรื่องนี้ให้คนที่ทำงานรู้ ได้แต่บอกผู้จัดการว่า ต้องการพักร้อนโดยเร็วเพราะกำลังหย่า เขาจึงไม่ได้ถามมาก

ฉันมีเพื่อนสนิท 2-3 คน แต่ไม่แน่ใจใครจะช่วยฉันได้ ใครจะเข้าใจสิ่งที่ฉันเจออยู่ มีแต่ฉันคนเดียวที่เป็นหรือเปล่า

ที่สุดฉันฝืนตัวเองไปหาหมอ ฉันต้องไป เพราะท้อง ฉันต้องรู้ว่าควรจะอยู่ต่อไปดีหรือไม่ถ้าลูกเกิด ฉันขอหมอว่าอยากรู้จักผู้หญิงคนอื่นที่มีเชื้อเอชไอวี อยากเจอผู้หญิงติดเชื้ิอคนอื่นกับลูกของเขา อยากจะรู้ว่าลูกกับฉันจะยังมีอนาคต และมีโอกาสใช้ชีวิตปกติเหมือนคนอื่น ฉันยังจำได้ตอนเข้ากลุ่มครั้งแรก ฉันร้องไ้ห้ตอนคนเริ่มเล่าชีวิตเขาให้ฟัง มีตัวฉันอยู่ในทุกเรื่องที่เล่า แม้ว่าฉันไม่เข้าใจสิ่งที่พูดกันทั้งหมด แต่ก็ รู้นะว่าพวกเขารู้สึกอย่างไร ฉันไม่รู้จักเขาแต่เราสื่อกันได้ เหมือนกับเป็นพี่น้องกัน พี่น้องร่วมชะตา พี่น้องที่มีความกลัว ความปรารถนาเหมือนกัน เมื่อต้องเล่าเรื่องของฉัน ฉันใช้ล่ามช่วย เธอเป็นคนไทย ฉันเคยเห็นเธอมาก่อน ตอนแรกฉันอึดอัด แต่จากนั้นเธออธิบายว่าเรื่องนี้เก็บเป็นความลับ จะไม่มีคนไทยคนอื่นที่รู้เรื่องฉัน ถ้าเราเจอกันในงานคนไทยต่าง ๆ เราจะแกล้งไม่รู้จักกัน

ครั้งหนึ่งที่เข้ากลุ่มนั้น ฉันถามคนอื่นว่าบอกลูก เกี่ยวกับเอชไอวีอย่างไร บางคนบอกว่าจะรอจนเด็กอายุแปดหรือสิบขวบ

ตอนนี้ฉันรับมือกับเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี

ไม่มีใครรู้้ว่าฉันติดเอชไอวีจากการมองฉันภายนอก ฉันมั่นใจว่าจะมีลูกคนที่สองและเขาจะแข็งแรงเหมือนกับคนแรก