มีอะไรเกิดขึ้นบ้างในปัจจุบันนี้

อาจจะเป็นช่วงชีวิตที่ยากเหลือเกินเมื่อทราบว่าท่านมีเชื้อเอชไอวี หลายคนยังคงไม่ทราบอะไรมากนักเกี่ยวกับ เชื้อเอชไอวี/โรคเอดส์ (HIV/AIDS) และที่แย่ก็คือความเชื่อผิดๆ หลายอย่างยังคงติดอยู่กับโรคนี้แม้ว่าท่านจะได้รับเชื้อเอชไอวีมาเป็นเวลานานแล้ว แต่ท่านก็อาจยังรู้สึกสับสนและวิตกกังวลเกี่ยวกับอนาคตได้ ท่านอาจรู้สึกเสมือนว่าท่านเป็นโรคนี้อยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น

สิ่งสำคัญคือ ให้ระลึกไว้เสมอว่ามิใช่มีแต่ท่านเพียงคนเดียวเท่านั้น ยังมีคนอื่นอีกเป็นพันๆ คนในประเทศออสเตรเลีย ที่เป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ รวมทั้งคนจำนวนมากจากกลุ่มชนชาติต่างๆ การเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่กับเชื้อเอชไอวี/โรเอดส์ อาจใช้เวลาและดูเหมือนว่าการมีเชื้อเอชไอวี (HIV-positive) จะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกิดขึ้นกับท่านทั้งในการดำรงชีวิต การงาน ความสัมพันธ์กับคู่ครอง คู่นอน กับครอบครัวและเพื่อน โปรดค่อยๆ ใช้เวลาในการตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคต ท่านไม่จำเป็นต้องรีบตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ในเวลาเดียวกันมีองค์กรต่างๆ ทั่วประเทศออสเตรเลียที่สามารถช่วยท่านได้ในเรื่องข้อมูล คำแนะนำ และความช่วยเหลือ หลายคนที่ทำงานกับองค์กรเหล่านี้ก็มีเชื้อเอชไอวีด้วย

มีองค์กรต่างๆ ทั่วประเทศออสเตรเลียที่สามารถช่วยท่านในเรื่องข้อมูล คำแนะนำ และความช่วยเหลือ หลายคนที่ทำงานกับองค์กรเหล่านี้ก็มีเชื้อเอชไอวีด้วย และองค์กรบางแห่งเช่น โพสิทีฟ ไลฟ์ นิวเซ้าเวลล์ (Positive Life NSW) เป็นองค์กรซึ่งตั้งขึ้นโดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีเชื้อเอชไอวี รวมทั้งครอบครัว คู่ครอง/คู่นอน และเพื่อนๆ ของพวกเขา

“ครอบครัวของผมมาอยู่ที่นี่เมื่อตอนที่ผมยังเล็กมาก ดังนั้นผมจึงพูดภาษาอังกฤษด้วยสำเนียงออสเตรเลีย และเกือบตลอดเวลาผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนออสเตรเลีย แต่วัฒนธรรมความเชื่อ และค่านิยมของพ่อแม่ ก็เป็นเรื่องสำคัญสำหรับผมเช่นกัน ผมไม่อาจบอกท่านได้ว่าตัวเองเป็นเกย์หรือมีเชื้อเอชไอวี ท่านคงรับไม่ได้ เป็นเรื่องยากที่เพื่อนๆ หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ทางสุขภาพบางคนจะเข้าใจ ในที่สุดผมได้รับความช่วยเหลือจากองค์กรแห่งหนึ่งที่ผู้ใช้บริการจำนวนมากมาจากพื้นฐานด้านวัฒนธรรมที่แตกต่างไป เจ้าหน้าที่ที่นี่เข้าใจถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรมที่ผมต้องใช้ชีวิตอยู่และต้องเผชิญด้วย”

การรักษาความลับและการได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม

การรักษาความลับ (Confidentiality)

หมายถึงข้อมูลทั้งหลายเกี่ยวกับท่านที่องค์กรด้านสุขภาพหรือองค์กรด้านเชื้อเอชไอวี/โรคเอดส์ได้รับมานั้นเป็นเรื่องส่วนตัวและพวกเขาไม่สามารถให้ข้อมูลเหล่านั้นกับคนอื่นๆ ได้ นอกจากท่านจะอนุญาต เป็นการผิดกฎหมายในประเทศออสเตรเลียหากเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในองค์กรใดๆ ดังกล่าวนำเรื่องการดูและสุขภาพของท่าน ไม่ว่าจะเป็นด้านใดหรือแม้แต่ข้อเท็จจริงที่ท่านใช้บริการของพวกเขาไปพูดกับคนอื่นนอกองค์กร นอกจากจะได้รับอนุญาตจากท่านเสียก่อน นี่มิได้หมายถึงเฉพาะแพทย์และพยาบาลเท่านั้น แต่รวมถึงเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ (โซเซียล เวอร์คเกอร์, social worker) เจ้าหน้าที่แนะแนว (เคาน์เซ็ล-เลอร์, counselor) ล่าม (อินเทอร์พริตเทอร์, interpreter) และพนักงานในแผนกต้อนรับด้วย คนเหล่านี้จะไปบอกสามี ภรรยา คู่ครอง/คู่นอน พ่อแม่หรือลูกของท่านเกี่ยวกับสุขภาพของท่านไม่ได้ หากปราศจากความยินยอมของท่าน

บางครั้งท่านอาจรู้สึกว่ามีคนทราบเรื่องส่วนตัวของท่านหลายคนเหลือเกินแล้ว ตัวอย่างเช่นในคลีนิคท่านอาจพบแพทย์จำนวนหนึ่ง พยาบาลและเจ้าหน้าที่อื่นๆ อีก นี่เป็นเพราะในโรงพยาบาลและคลีนิคเจ้าหน้าที่ทำงานกับเป็นทีมความรู้หรือการพูดถึงเกี่ยวกับสถานภาพในเรื่องเอชไอวี (HIV status) ของท่านเป็นไปเพื่อที่จะได้ให้การดูแลรักษาที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้แก่ท่าน

การปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม (Discrimination) หมายถึงการปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมกันต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเนื่องจากเพศ รสนิยมทางเพศ (sexuality) เชือชาติ สีผิวปัญหาสุขภาพหรือความเชื่อทางศาสนาของคนเหล่านั้น

ดังนั้นจึงเป็นการผิดกฏหมายในประเทศอออสเตรเลีย ถ้าเจ้าหน้าที่ทางสุขภาพเลือกปฎิบัติต่อท่าน วิพากษ์วิจารณ์ติเตียนหรือปฏิเสธที่จะให้บริการแก่ท่านเพราะเหตุหนึ่งเหตุใดดังต่อไปนี้

  • ท่านมิได้พูดภาอังกฤษ หรือพูดภาษาอังกฤษด้วยสำเนียงภาษาอื่น
  • ท่านมิได้ถือสัญชาติออสเตรเลีย
  • สถานภาพสมรสของท่าน
  • ท่านมีความพิการ
  • ท่านเป็นชาย
  • ท่านเป็นหญิง
  • ท่านเป็นหญิงที่มีเพศสัมพันธ์กับหญิงด้วยกัน เป็นชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายด้วยกัน ท่านมีเพศสัมพันธ์ทั้งกับชายและหญิงหรือท่านแปลงเพศ (Transgender)
  • ท่านเป็นชายที่มีเพศสัมพันธ์กับหญิง หรือเป็นหญิงที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย หรือ
  • ท่านฉีดยาเสพติด

ถ้าท่านรู้สึกว่าท่านได้รับการปฏฺบัติอย่างไม่เป็นธรรมในเรื่องเหล่านี้ หรือด้วยเหตุอื่นๆ ท่านสามารถยื่นเรื่องร้องเรียนได้ เพียงแต่ท่านคลิ๊ก ปุ่ม ‘ค้นหาบริการต่างๆ’ ที่อยู่ด้านบนของเวบไซด์นี้ ก็สามารถหา หมายเลขโทรศัพท์ของสำนักงานต่อต้านการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม (Antidiscrimination Board/Commission) ในแต่ละรัฐและในเขตเทอริทอรี (Territory) เจ้าหน้าที่ขององค์กรเหล่านี้ จะบอกได้ว่าเรื่องของท่านมีมูลพอที่จะยื่นเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการ หรือไม่ การยื่นเรื่องร้องเรียนมิได้เป็นการสร้างปัญหา ทุกคนมีสิทธ์ที่จะได้รับความนับถือและบริการที่ดี

ถ้าท่านรู้สึกว่าท่านได้รับการปฏฺบัติอย่างไม่เป็นธรรมในเรื่องเหล่านี้ หรือด้วยเหตุอื่นๆ ท่านสามารถยื่นเรื่องร้องเรียนได้ เพียงแต่ท่านคลิ๊ก ปุ่ม ‘ค้นหาบริการต่างๆ’ ที่อยู่ด้านบนของเวบไซด์นี้ ก็สามารถหา หมายเลขโทรศัพท์ของสำนักงานต่อต้านการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม (Antidiscrimination Board/Commission) ในแต่ละรัฐและในเขตเทอริทอรี (Territory) เจ้าหน้าที่ขององค์กรเหล่านี้ จะบอกได้ว่าเรื่องของท่านมีมูลพอที่จะยื่นเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการ หรือไม่ การยื่นเรื่องร้องเรียนมิได้เป็นการสร้างปัญหา ทุกคนมีสิทธ์ที่จะได้รับความนับถือและบริการที่ดี

จะบอกให้ใครรู้บ้าง

นี่มักจะเป็นเรื่องยาก แต่การมีเชื้อเอชไอวี (HIV Positive) ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องละอายอย่างไรก็ตามยังคงมีความเชื่อผิดๆ อีกหลายอย่างและช้อมูลมีมากมายที่ไม่ถูกต้องอยู่ในสังคมทั่วๆ ไป และผู้ที่มีเชื้อเอชไอวีอาจจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าจะพูดเรื่องนี้กับใครบ้าง กฏโดยทั่ว ๆไปคือ บอกเฉพาะกับคนที่จำเป็นต้องรู้เท่านั้น

คนเหล่านั้นอาจรวมถึง

  • แพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ เจ้าหน้าที่แนะแนวและคนอื่นๆ ที่ให้การดูแลในเรื่องที่เกี่ยวกับเชื้อเอชไอวี
  • คู่นอน

การที่สามารถบอกคนที่ท่านไว้วางใจและจะให้ความช่วยเหลือสนับสนุนแก่ท่านได้นั้นเป็นสิ่งสำคัญ บางทีท่านอาจจำเป็น

จะต้องใช้เวลาในการพิจารณากว่าจะคิดได้ว่าคนเหล่านั้นคือใครบ้างโดยทั่วๆ ไปท่านไม่จำเป็นต้องบอกคนเหล่านี้ว่าท่านมีเชื้อเอชไอวี

  • นายจ้าง
  • เพื่อนร่วามงาน
  • คนที่ท่านอยู่ร่วมบ้านด้วย
  • คนที่ท่านเรียหนังสือด้วย หรือ
  • คนที่ท่านคบหาสมาคมด้วย

“ในครั้งแรกที่รู้ว่ามีเชื้อเอชไอวีฉันหวาดกลัวมากเพราะไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับเชื้อเอชไอวี/โรคเอดส์มาก่อน และไม่เคยรู้เรื่อง บริการต่างๆ หรือสถานที่ที่จะสามารถหาความรู้เพิ่มเติมได้ ดังนั้นฉันจึงได้บอกคนหลายคนที่ไม่จำแป็นจะต้องบอก ว่าตนมีเชื้อเอชไอวี แล้วพวกเขาก็บอกคนอื่นต่อๆ ไปและภายในเวลาอันรวดเร็วก็ดูเหมือนว่าทุกคนจะรู้เรื่องนี้กันหมด ครอบครวของฉันไม่ได้อยู่ที่นี่ ดังนั้นอย่างน้อยพวกเขาก็ไม่ต้องมีปัญหาในเรื่องนี้ เพื่อนๆ ที่ฉันมีในขณะนี้ไม่สนใจว่าฉันมีเชื้อเอชไอวีหรือไม่ และฉันได้เข้าร่วมกลุ่มที่จัดขึ้นเพื่อคนหนุ่มสาวที่มีเชื้อเอชไอวี ฉันยังคงบอกใครๆ ว่าฉันมีเชื้อเอชไอวี เพียงแต่ระมัดระวังมากขึ้นว่าจะบอกใคร”

จะเป็นอย่งไรถ้าฉันมิใช่ผู้อยู่อาศัยถาวรของประเทศออสเตรเลีย

ทุกคนที่สมัครขอเป็นผู้อาศัยถาวรในประเทศออสเตรเลียจะต้องได้รับการตรวจหาสารต้านเชื้อเอชไอวี (HIV antibody test) และการตรวจสอบสุขภาพในเรื่องอื่นๆ กฎหมายและบทบัญญัติเกี่ยวกับการเป็นผู้อยู่อาศัยถาวรเป็นเรื่องซับซ้อน

ถ้าท่านกำลังจะสมัครหรือได้ยื่นเรื่องสมัครขอเป็นผู้อยู่อาศัยถาวรแล้ว สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือท่านจะต้องได้รับคำแนะนำทางด้านกฎหมาย

โปรดติดต่อสภาโรคเอดส์ในรัฐหรือเขตเทอริทอรี่ของท่านโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ สภาโรคเอดส์บางแห่งมีเจ้าหน้าที่ผู้สามารถให้ควมช่วยเหลือแก่ท่านได้ในเรื่องที่เกี่ยวกับการอยพยเข้าเมืองและถ้าสำนักงานใดไม่มีเจ้าหน้าที่ในเรื่องนี้โดยตรงเขาก็จะสามารถแนะนำได้ว่า ท่านจะหาความช่วยเหลือที่ดีที่สุดในเรื่องนี้ได้จากที่ใด