ท่านทราบไหมว่า

  • เชื้อเอชไอวีเป็นไวรัสที่ทำให้เกิดโรคเอดส์ได้
  • เชื้อเอชไอวีมีผลกระทบต่อทุกคนโดยไม่ขึ้นกับอายุ เพศ เชื้อชาติ พื้นฐานทางวัฒนธรรม หรือศาสนา

ในโลก:

  • มีคนกว่า 34 ล้านคนทั่วโลกติดเชื้อเอชไอวี/โรคเอดส์ โดยที่มากกว่าครึ่งเป็นผู้หญิงและเด็ก
  • การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายกับหญิงเป็นวิธีหลักในการแพร่เชื้อเอชไอวี

ในออสเตรเลีย

  • มีผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์มากกว่า 24,000 คน
  • เชื้อเอชไอวีติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายด้วยกันเป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม การติดต่อจากเพศสัมพันธ์ระหว่างชายกับหญิงกำลังเพิ่มขึ้น

มีการบำบัดรักษาต่าง ๆ ที่มีประสิทธิภาพสำหรับเชื้อเอชไอวี และผู้ติดเชื้อสามารถมีอายุยืนและสุขภาพดีได้

การใช้ถุงยางอนามัยระหว่างมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอดและทวารหนัก และการไม่ใช้เข็มฉีดยาหรืออุปกรณ์ฉีดยาอื่นๆ ร่วมกัน ยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันตัวท่านจากเชื้อเอชไอวี

ความแตกต่างระหว่างเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์

เชื้อเอชไอวี/โรคเอดส์มักเขียนเหมือนกับว่าเป็นคำเดียวกัน และมีความหมายอย่างเดียวกัน แต่เชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์เป็นสิ่งที่แตกต่างกัน

เอชไอวีเป็นตัวย่อของคำว่า ฮิวแมน อิมมิวโนเดฟฟิเชียนซี ไวรัส (Human Immunodeficiency virus) คนที่ติดเชื้อเอชไอวี (ภาษาอังกฤษเรียกว่า เอชไอวีโพสสิถีฟว์) ต่อเมื่อไวรัสนี้ได้เข้าสู่กระแสเลือดของคนนั้นๆ

เชื้อเอชไอวีทำลายระบบภูมิคุ้มกันซึ่งคอยปกป้องร่างกายจากโรคต่าง ๆ ถ้าระบบภูมิคุ้มกันของคนไหนถูกไวรัสทำลายลงอย่างรุนแรง คนนั้นจะเป็นโรคเอดส์หรือ AIDS (Acquired Immune Deficiency Syndrome) ซึ่งหมายความว่าคน ๆ นั้นมักจะเกิดการติดเชื้อและอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ที่โดยปกติร่างกายจะต่อสู้กับอาการเหล่านั้นได้

การตรวจพบเชื้อเอชไอวีไม่จำเป็นต้องหมายความว่าคนนั้นเป็นโรคเอดส์ หรือกำลังจะตาย การบำบัดรักษาจะชะลอการทำลายระบบภูมิคุ้มกันซึ่งทำให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวียังสามารถมีสุขภาพที่ดี และดำเนินชีวิตที่แข็งแรงและสมใจได้

เชื้อเอชไอวีแพร่ไปได้อย่างไร

เชื้อเอชไอวีพบได้ในของเหลวในร่างกาย เช่นเลือด น้ำอสุจิของชาย เมือกในช่องคลอดหญิง และน้ำนมมารดา การติดเชื้อเกิดขึ้นได้เพียงเมื่อของเหลวจากผู้มีเชื้อได้เข้าสู่กระแสเลือดของอีกคนหนึ่ง

เชื้อเอชไอวีแพร่ไปได้โดยวิธีต่อไปนี้

  • การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ปลอดภัย (การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย)
  • การใช้เข็มฉีดยา กระบอกฉีดยาและอุปกรณ์อื่นๆ ฉีดยาเสพติดร่วมกัน
  • การเจาะและสักร่างกายโดยไม่ได้รับการฆ่าเชื้ออย่างถูกวิธี
  • จากมารดาสู่ทารกในระหว่างตั้งครรภ์ ตอนคลอดหรือตอนที่ให้นมบุตร
  • การรับ การให้เลือดและ/หรือผลิตภัณฑ์จากเลือด ในประเทศอื่น ๆ บางประเทศ ในออสเตรเลีย การรับ การให้เลือดและผลิตภัณฑ์จากเลือดมีความปลอดภัย

เชื้อเอชไอวีไม่สามารถแพร่ไปได้จาก

  • ไอ
  • จาม
  • จูบ
  • ถ่มน้ำลาย
  • น้ำตา
  • ใช้ภาชนะในการทำครัวหรือรับประทานอาหารร่วมกัน
  • ผ้าปูที่นอน
  • ห้องส้วม
  • ห้องอาบน้ำฝักบัว
  • แมลงต่าง ๆ เช่น ยุง

หลีกเลี่ยงการติดเชื้อเอชไอวีได้อย่างไร

ทางเพศสัมพันธ์

เชื้อเอชไอวีสามารถแพร่ไปได้โดยผ่านทางบาดแผลเล็กๆ หรือแผลถลอกที่ไม่สามารถมองเห็นในผนังของช่องคลอด และอวัยวะเพศชาย หรือทวารหนัก ระหว่างการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน (การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย) กับผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี

เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่กระจายของเชื้อเอชไอวี ควรมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย ดังนี้

ใช้ถุงยางอนามัยชิ้นใหม่ และน้ำยาหล่อลื่นที่ใช้น้ำเป็นส่วนผสมหลัก เช่น เค-วาย เจลลี่ (KY-jelly) หรือ เว็ตสตั๊ฟฟ์ (Wetstuff) ทุกๆครั้งที่ท่านมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอดหรือทางทวารหนัก การปฏิบัติเช่นนี้ยังช่วยป้องกันท่านจากการได้รับเชื้อจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ได้อีกด้วย

วิธีสวมถุงยาง

1. เปิดซองถุงยางอย่างระมัดระวังเพื่อมิให้ถุงยางฉีกขาด
2. บีบปลายถุงยางไว้ด้วยปลายนิ้วและหัวแม่มือเพื่อไล่อากาศออกก่อน แล้วจึงรูดถุงยางลงหุ้มอวัยวะเพศ (ถลกหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศขึ้นก่อนสวมถุงยางถ้าจำเป็น)
3. เมื่อถุงยางหุ้มจนถึงโคนอวัยวะเพศแล้วจึงทาหล่อลื่น
4. จับถุงยางไว้กับโคนอวัยวะเพศเมื่อถอนตัวออกเพื่อมิให้น้ำอสุจิหกออกนอกถุงยาง
5. ทิ้งถุงยางที่ใช้แล้วลงในถังขยะ ต้องไม่นำถุงยางที่ใช้แล้วมาใช้อีก

การใช้เข็มฉีดยา การเจาะและสักร่างกาย

  • เชื้อเอชไอวีสามารถแพร่ไปได้โดยการใช้เข็มและกระบอกฉีดยาร่วมกันและโดยการเจาะและสักร่างกายด้วยเข็มที่ใช้แล้ว
  • เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่กระจายของเชื้อเอชไอวีเมื่อฉีดยา ปฏิบัติดังนี้
  • จงอย่าใช้เข็มฉีดยา กระบอกฉีดยาและอุปกรณ์อื่นๆในการฉีดยาร่วมกัน
  • เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่กระจายของเชื้อเอชไอวี เมื่อเจาะและสักร่างกาย ปฏิบัติดังนี้
  • ใช้บริการเฉพาะสถานที่ที่มีใบอนุญาต (สถานที่ที่ได้รับการจดทะเบียน) ซึ่งใช้เข็มและอุปกรณ์อื่นๆ ที่ได้รับการฆ่าเชื้อโรคอย่างถูกต้องหรือ ชนิดใช้แล้วทิ้งเลย การปฏิบัติเช่นนี้ยังช่วยป้องกันท่านจากการติดเชื้อไวรัสอื่นๆ เช่น ไวรัสตับอักเสบ บี และไวรัสตับอักเสบ ซี อีกด้วย

จากมารดาสู่ทารก

เชื้อเอชไอวีสามารถแพร่ได้จากมารดาที่มีเชื้อเอชไอวีไปสู่ทารกของเธอในขณะที่ตั้งครรภ์ ระหว่างคลอด หรือ ผ่านจากการให้นมบุตร ในออสเตรเลีย ผู้หญิงที่มีเชื้อเอชไอวีที่ตั้งครรภ์จะได้รับการบำบัดเชื้อเอชไอวีระหว่างตั้งครรภ์และคลอดโดยวิธีผ่าท้องเพื่อหลีกเลี่ยงในการแพร่เชื้อเอชไอวี ถ้าท่านมีเชื้อเอชไอวีและท่านได้ตั้งครรภ์หรือวางแผนว่าจะมีบุตร นี่เป็นเรื่องสำคัญที่ท่านจะต้องปรึกษาแพทย์ของท่านโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

มีข้อแนะนำว่ามารดาที่มีเชื้อเอชไอวีไม่ควรเลี้ยงทารกด้วยน้ำนมของตนเอง โปรดปรึกษาแพทย์ของท่านถึงทางเลือกอื่นๆ ในการให้น้ำนมทารกของท่าน

การรับ การให้เลือดและผลิตภัณฑ์จากเลือด

ในออสเตรเลีย การรับ การให้เลือดมีความปลอดภัย เลือดที่ได้รับบริจาคและผลิตภัณฑ์จากเลือดทั้งหมดได้รับการตรวจหาเชื้อเอชไอวี และผู้ที่มีเชื้อเอชไอวีไม่สามารถบริจาคเลือดได้ อย่างไรก็ตามการรับและให้เลือดในต่างประเทศบางประเทศอาจไม่ปลอดภัย

รู้ได้อย่างไรว่าเรามีเชื้อเอชไอวี

ท่านสามารถรู้ได้จากการตรวจเลือด มีวิธีการตรวจชนิดต่าง ๆ กัน โปรดปรึกษาแพทย์ของท่านถึงวิธีไหนที่ดีที่สุดสำหรับท่าน

บริการตรวจหาเชื้อเอชไอวีเหล่านี้ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ มีให้บริการที่คลีนิคสุขภาพทางเพศ ที่อยู่ทั่วไปในออสเตรเลีย คุณไม่ต้องระบุชื่อหรือคุณไม่ต้องมีบัตรประกันสุขภาพ (เมดิแคร์การ์ด) เมื่อไปใช้บริการยังคลินิคสุขภาพทางเพศ นอกจากนี้ท่านยังสามารถรับบริการตรวจเลือดได้จากแพทย์ประจำตัวของท่านอีกด้วย

รับประกันเรื่องการเก็บข้อมูลของท่านเป็นความลับเสมอ ในออสเตรเลีย เป็นการกระทำผิดกฏหมายที่เจ้าหน้าที่หน่วยสุขภาพต่าง ๆ จะบอกข้อมูลส่วนตัวของท่านกับคนอื่นๆ

รู้ได้อย่างไรว่าใครมีเชื้อเอชไอวี/โรคเอดส์

ท่านไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่าใครมีเชื้อเอชไอวี/โรคเอดส์จาก ‘เพียงแค่การมองภายนอก’ คนที่ติดเชื้อส่วนมากดูสุขภาพดีและไม่มีอาการใดๆ จริงๆแล้วหลายคนที่มีเชื้อเอชไอวีก็ไม่รู้ว่าตัวเองได้รับเชื้อเข้าไปแล้ว วิธีเดียวที่จะรู้ได้คือจากการตรวจหาเชื้อเอชไอวี

เดินทางต่างประเทศและเชื้อเอชไอวี/โรคเอดส์

เชื้อเอชไอวี/โรคเอดส์ปรากฎอยู่ในทุกๆประเทศในโลก เมื่อใดที่ท่านเดินทางท่องเที่ยว ให้ท่านใช้ถุงยางอนามัยและลูบหล่อลื่นที่ใช้น้ำเป็นส่วนประกอบหลักทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ (เพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย) ไม่ใช้เข็มและอุปกรณ์ฉีดยาร่วมกัน ถ้าท่านจะสักหรือเจาะร่างกาย ให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ได้รับการฆ่าเชื้อโรค

การใช้ล่าม

ท่านสามารถให้มีล่ามเมื่อท่านคุยกับเจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพหรือหน่วยงานอื่นๆ

การใช้ล่ามอาจช่วยเหลือท่านเพื่อ

  • เข้าใจในทุก ๆ สิ่งที่ท่านได้รับแจ้ง
  • มั่นใจว่าทุก ๆ สิ่งที่ท่านพูดได้ถูกเข้าใจ
  • ถามคำถามต่าง ๆ และได้รับคำตอบต่าง ๆ
  • ให้ความยินยอมในการตรวจหรือรับการบำบัดรักษา

ล่ามต้องรักษาความลับของท่านเสมอ

ให้ขอล่ามเมื่อท่านนัดหมายเพื่อพบกับเจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพ

ใช้บริการล่ามทางโทรศัพท์ (TIS National) ได้ทุกที่ในออสเตรเลีย

โทรหมายเลข 131 450 (ค่าโทรเท่ากับโทรในท้องถิ่น) ในการติดต่อกับหน่วยงานที่ท่านต้องการจะพูดคุยด้วยโดยผ่านล่าม